เติมแต่งแรงบันดาลใจให้กับคนทำศิลปะ ผ่านพู่กันและสองสายตาจากศิลปิน “Him HP” by SangSom

    ลวดลายบนสายสีน้ำที่ทาทับแผ่นกระดาษสีขาว กระจายตัวอย่างช้า ๆ ผ่านมือที่ตวัดพู่กันเพื่อขยับวาด “ตัวแบบ” ไปในเวลาเดียวกันกับที่สองสายตาของ ฮิม อาทิตย์ เลิศลลิตกุล หรือ “Him HP” จับจ้องไปยังผู้คนที่เขาวาด ผ่านความชำนิชำนาญที่ถูกฝึกฝนมานานนับปี

    ความเร็วและความงดงามที่ไม่ธรรมดานี้ ไม่เพียงแต่แต้งแต้มสีสันลงบนภาพวาดของเขาเท่านั้น บนพื้นที่แห่งโอกาสทางศิลปะที่จัดขึ้นโดย “แสงโสม” สีน้ำของฮิมยังแต่งแต้มแรงบันดาลใจให้กับคนทำศิลปะ ไปทั่วทั้งงาน Single Festival ครั้งนี้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย…ฮิมเริ่มชอบศิลปะตั้งแต่ตอนไหน ?

ฮิม : สมัยเด็ก ๆ เลย ช่วงประถมก็จะชอบวาดเป็นรูปการ์ตูนครับ คือชอบดูการ์ตูนแล้วก็วาดรูปตาม เป็นงานวาดดินสอธรรมดา แต่พอช่วงเข้ามัธยม มันจะมีช่วงเวลาที่เราชอบฟังเพลง โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดนึง เราก็จะเริ่มชอบเพลง ชอบนักร้องคนนั้นคนนี้ ก็จะเริ่มวาดหน้าศิลปินนักร้องที่ชื่นชอบ อย่างสมัยนั้นจริง ๆ ก็เคยร่วมงานกับทางแสงโสมมาแล้วด้วยเหมือนกัน ก็ได้วาดภาพพี่ปาล์มมี่ พี่ไอซ์ ศรัณยู อะไรแบบนั้นครับ

เริ่มมาจับพู่กันเพราะอะไร?

ฮิม : คือตอนเข้ามาเรียนมหาลัยศิลปากรตอนเข้าปีหนึ่งเลย ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าต้องเรียนสีอะไรบ้างครับ แล้วมันก็จะมีวิชาเรียนสีน้ำ ซึ่งตอนเรียนผมได้เกรด C C+ คือได้เกรดแย่มากเหมือนใช้ไม่เป็นเลย เราก็เห็นแล้วหละว่ามันไม่โอเค พอตอนปิดเทอม เราก็เลยรู้สึกว่าถ้ามีเวลาว่างเอาสีน้ำมาลองฝึกดีกว่า เพราะมันง่าย ๆ ใช้แค่กระดาษกับสี ก็สามารถเอามาวาดได้เลย ก็ฝึกไปเรื่อย ๆ ทั้งเดือน สมมติมี 30 วัน ก็วาดวันละรูปทั้งเดือน จนเพื่อนก็บอกว่า วาดขนาดนี้โพสท์ลงเฟซบุ๊คปกติเดี๋ยวคนไม่เห็น สร้างเป็นเพจจริงจังเลยมั้ย ก็เลยกลายเป็นที่มาของการทำเพจ Him HP

 

ที่มาของ Him HP (Hyper Painting) ?

ฮิม : ที่มาของไฮเปอร์เพ้นท์ติ้งจริง ๆ  คำว่าไฮเปอร์เพ้นท์ติ้งเนี่ย ยุคแรก ๆ ที่ผมบอกว่าผมเคยวาดพี่ปาล์มมี่ พี่ไอซ์ศรันยู  ผมวาดดรออิ้งเฉย ๆ แล้วผมไปเจออาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านชื่ออาจารย์ลาภ อำไพรัตน์  E-mail แกชื่อ Hyper-Drawing@hotmail.com แต่ผมชอบระบายสี ชอบวาดรูป ชอบเพนท์ติ้งก็เลยเปลี่ยนเป็น Hyper Painting เป็น HP อะไรอย่างนี้ ก็เลยเป็นที่มาของไอจี Him Hp ครับผม

มีคำจำกัดความ สไตล์ของตัวเองมั้ย?

ฮิม : จริง ๆ มันคืองาน Portrait Illustrate เป็นงานสีน้ำที่อาจจะไม่ได้ดู Realistic มาก คือเหมือนกับเราก็ดูงานเยอะ ทดลองเยอะด้วยครับ อย่างช่วงแรก ๆ ที่ฝึก เราก็ฝึกด้วยตัวเอง ก็หาหนังสือดูหรือดูยูทูป โชคดีมากที่เราเกิดในยุคสมัยนี้ที่มียูทูป มันก็จะมีคลิปสอนวาด ถ่ายตอนศิลปินวาด แล้วก็ถ่ายมาลงให้ดู เราก็จำไว้ว่ามันมีข้อดียังไง ทำแบบนี้มันดีตรงไหนไม่ดีตรงไหน เราก็จำข้อดีมา แล้วก็มาลองปรับใช้กับตัวเอง เป็นสไตล์เป็นแบบของเรา

ในด้านของผลงานจากวันแรกที่เริ่มฝึกวาดภาพสีน้ำ กับ ณ วันนี้มันแตกต่างกันมากมั้ย?

ฮิม : จริง ๆ ตอนที่เราวาดตอนนั้นเราวาดไปเราก็คิดว่า รูปนี้สวยที่สุดแล้วนะ พอผ่านไปอีกเดือนนึง มาวาดใหม่ เราก็จะคิดว่ารูปนี้แหละสวยที่สุด แล้วพอผ่านไปเป็นปี เราได้กลับมาดูรูปที่เราวาดตอนนี้กับรูปแรกตอนปีที่แล้ว มันกลับทำให้รู้สึกว่า โห เมื่อก่อนเราวาดขี้เหร่จัง คือการพัฒนามันเพิ่มขึ้น มันขึ้นอยู่กับการซ้อมด้วย ยิ่งวาดเยอะความแม่นยำความรวดเร็วในการวาดมันก็เพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

 

เป็นศิลปินที่มีคนชื่นชอบและติดตามเยอะ ฮิมมีศิลปินที่ชื่นชอบบ้างมั้ย?

ฮิม : ศิลปินที่ผมชื่นชอบก็คือคนที่เล่าให้ฟังว่า ผมติดตามงานเขาในยูทูปนั่นหละครับ ชื่อ Agnes Cecile คือเขาเป็นคนอิตาลี เป็นคนแรก ๆ เลยนะที่ผมเห็นเขาถ่ายวิดีโอตอนเขาวาด เป็นการตั้งกล้องถ่ายแบบง่าย ๆ แต่ แต่ละคลิปของเขาคนดูเป็นล้านคนเลย เหมือนเขาวาดหน้าคนแล้วมันจะมีความ Express มีการใช้สีที่รุนแรงทั้งสีฟ้าสีชมพู อาจจะไม่ได้เหมือนจริงอะไรมาก แต่เน้นที่อารมณ์ของการใช้สีเป็นหลัก

งานที่ Him ถนัด เป็นงานรูปแบบไหนบ้าง?

ฮิม : คือปกติคนจะคิดว่าเป็นรับจ้างวาดหน้าคน เอาภาพเพื่อนมาให้วาด วาดงานรับปริญญา แต่จริง ๆ แล้วผมทำงานหลายอย่างครับ ทำทุกอย่างเลยที่มันมีสีน้ำแล้วเอางานผมไปใช้ด้วยได้ ศิลปะเดี๋ยวนี้มันเปิดกว้างและเอาไปใช้ได้กับหลายโอกาส เช่น แบรนด์จิวเวอรี่ แบรนด์แฟชั่น เขาอาจจะต้องการแบ็คกราวด์ หรือดิสเพลย์ที่เป็นภาพวาด เป็นหยดสีน้ำ หรือดอกไม้ที่มันสดใส อย่างแบรนด์ชุดชั้นในบางทีก็ให้เราวาดเป็นผู้หญิงข้างหลัง แล้วเอาชุดชั้นในไปใส่ในแบบที่เราวาด ในดิสเพลย์ คืองานศิลปะสมัยนี้มันค่อนข้างไปได้กว้างมาก

“มันขึ้นอยู่กับการซ้อมด้วย ยิ่งวาดเยอะความแม่นยำความรวดเร็วในการวาดมันก็เพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ”


รู้สึกยังไงบ้างที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับแสงโสม ?

ฮิม : ก็ถือว่าโชคดีมากที่ทางแสงโสมให้โอกาสศิลปินคนนึงได้ไปร่วมงาน จริง ๆ ประทับใจตั้งแต่งาน “เด็กสายศิลป์” ที่เชียงใหม่แล้ว ทีได้ไปถึงเชียงใหม่ คือมันเหมือนเราได้ทั้งไปเที่ยว ไปเห็นว่าเชียงใหม่จริง ๆ เป็นยังไง ไม่ใช่แค่รูปที่เราเคยเห็น แล้วก็ได้เก็บความประทับใจนั้นไว้ผ่านรูปที่เราวาด เหมือนได้ทั้งเที่ยวแล้วแล้วก็ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยครับ

 

แล้วกับการได้มาร่วมงาน Single festival ให้ประสบการณ์อะไรกับฮิมบ้าง?

ฮิม : คือ ก็ประทับใจที่ได้ทำงานกับแสงโสมครับ ดีใจที่ได้โอกาสเข้าไปร่วมทำงานนะครับ มันเหมือนว่ามีแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง แล้วก็ได้ให้แรงบันดาลใจกับคนอื่นที่เขามาพบเจอเราด้วย ได้ไปเสพย์ดนตรี กับศิลปะคู่กันไปด้วย ก็โชคดีที่ทางแสงโสมให้โอกาส ให้ศิลปินสมัยนี้ได้ไปแสดงงาน มีที่ให้เราโชว์ผลงานมากขึ้น ซึ่งผมว่ามันก็เป็นผลดีกับสังคมสมัยนี้นะครับ

คิดยังไงกับพื้นที่แสดงงานศิลปะที่อาจจะยังมีไม่มากให้กับคนในวงการศิลปะไทย?

ฮิม : ในประเทศไทยคนที่ชอบศิลปะจริง ๆ มีเยอะมากครับ แต่ผมว่าบางคนอาจจะไม่มั่นใจในตัวเอง บางคนอาจจะฝึกวาด แล้วรู้สึกไม่สวยเก็บไว้ดูคนเดียว อาจจะปิดกั้นตัวเอง การได้เห็นว่าคนอื่นเป็นยังไง ก็จะช่วย เอางานของตัวเองออกมาเผยแพร่ มาช่วยกันดู มารับฟังความเห็นเพื่อพัฒนางาน โชคดีที่สมัยนี้ตามแกลอรี่อะไรต่าง ๆ ก็ให้โอกาส ให้ศิลปินใหม่ ๆ ได้แสดงงาน ก็รวมทั้งแสงโสมด้วย มันก็ทำให้สร้างแรงบันดาลใจหลาย ๆ อย่าง คืออย่างบางทีการที่เราชอบใครแต่ได้แค่เห็นในเฟซบุ๊ค แต่เราไม่ได้สัมผัสตัวจริง การที่เราได้ไปร่วมงานในงานนี้ ก็ทำให้เราได้พบเจอพบปะผู้คนที่ชื่นชมเรา มันก็สร้างแรงบันดาลใจให้เรา แล้วเราก็สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เขาด้วย มันเป็นการช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กัน

 

ฝากอะไรถึงคนที่ทำศิลปะแต่อาจจะยังไม่มั่นใจในงานของตัวเองหน่อย?

ฮิม : ก็อยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ครับ อาจจะไม่ใช่เฉพาะวาดรูปก็ได้ คือสมัยนี้ถ้าเราชอบอะไร อย่าไปมัวคิดว่ามันจะทำเงินให้เราได้มั้ย จะหาเลี้ยงเราได้รึเปล่า คือการที่เราทุ่มเทให้กับสิ่งที่เราชอบแล้วยึดมั่นมันตั้งใจทุ่มเทอย่างเต็มที่ ผมว่ามันมีทางไปของมันได้ตลอด อย่างตัวผมเองเมื่อก่อนวาดภาพ Portrait ทุกคนก็จะคิดว่าผมวาดได้แค่ภาพคนอย่างเดียว รับจ้างวาดแค่ภาพคน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ถ้าเราทำงานเป็น รู้จักงานที่เราทำดี มันสามารถเอาไปต่อยอดทำอะไรได้หลากหลายมาก สมัยนี้ถ้าเราตั้งใจทำอะไรจริง ๆ มันก็มีหนทางไปได้ทุกทางครับ

การได้โอกาสแบบนี้มันส่งผลยังไงกับคนรุ่นใหม่มั้ย?

ฮิม : ก็จริง ๆ การที่แสงโสมให้โอกาสคนอย่างผม อย่างศิลปินรุ่นใหม่ มันก็ทำให้คนที่ได้มาเจอเรา ได้รู้แล้วเห็นว่ายังมีคนที่ให้ความสำคัญกับศิลปะอย่างอยู่ แล้วพร้อมให้โอกาส ถ้าเด็กรุ่นใหม่ได้เห็นแบบนี้เขาก็อาจจะคิดว่าอนาคตเขาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแสงโสมก็ได้ แล้วบางทีมันก็อาจทำให้เขามีความคิด ที่คิดว่าวันนึงเขาอาจจะได้รับโอกาสมายืนในจุดที่ผมยืนอยู่ก็ได้ครับ

จากเด็กที่ไม่รู้ว่าการใช้สีน้ำเป็นยังไง และผิดหวังจากผลลัพธ์ในห้องเรียนวิชาสีน้ำ ฮิมใช้เวลาเพียง 30 วันในการเปลี่ยนชีวิตของเขาเอง ไปสู่ศิลปินสีน้ำ ที่ทุกวันนี้กลายเป็นที่รู้จักจากผู้คนวงกว้าง

ติดตามผลงานของ Him HP ได้ที่
Facebook : Him HP
IG : @himhp

“คือการที่เราทุ่มเทให้กับสิ่งที่เราชอบแล้วยึดมั่นมันตั้งใจทุ่มเทอย่างเต็มที่ ผมว่ามันมีทางไปของมันได้ตลอด”


Credits :
Text : Thima maipang
Photography : Patarit Pinyopiphat

Director editor : Kittanai Tang
Director of photography : Watcharapon saengarunroj, Sittikorn Treechokviput
Art director : Preweena Fangrew
Prop master : Supparerk Chattanachotikul
Producer : Sunicha Suparat

Special thanks : SangSom experience

www.thesangsom.com